มีนาคม 20, 2018

พระธาตุบังพวน

จังหวัดหนองคายนั้นมีวัฒนธรรมอันเก่าแก่คือบังไฟพญานาค ยังมีพระธาตุบังพวนที่ตังตระหง่านตา ตำบลพระธาตุบังพวน อ.เมือง จ.หนองคาย โดยพระธาตุแห่งนี้มีีความเชื่อเกี่ยวกับพญานาค ตำนานแห่งแม่น้ำโขงของชาวจังหวัดหนองคาย

นอกจากบั้งไฟพญานาคแล้ว ในจังหวัดหนองคายยังมีความเชื่อเกี่ยวกับพญานาคอีกหลากหลายไม่ว่าจะเป็นความ เชื่อว่ามีเมืองมีวังพญานาคอยู่ที่นี่มีถ้ำประหลาดที่เชื่อกันว่าเป็นถ้ำพญา นาคมีคนเคยเห็นสัตว์ตัวยาวในแม่น้ำโขงที่เชื่อกันว่าเป็นพญานาค มีร่องรอยที่ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นรอยพญานาคมีวัดที่เกี่ยวพันกับพญานาครวม ไปถึงมีพระธาตุที่มีความเกี่ยวโยงกับพญานาคอย่าง “พระธาตุบังพวน” ประดิษฐานอยู่

“พระธาตุบังพวน” เป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองหนองคายตามตำนานอุรังคธาตุกล่าวว่า ในสมัยพุทธกาลพื้นที่แห่งนี้คือ “ภูเขาลวง” ริม น้ำบางพวน (หรือภูลวง) เป็นที่อยู่อาศัยของพญานาค ครั้นเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมาประทับยังดินแดนแถบลุ่มน้ำโขงพญานาคได้มาเข้า เฝ้าพระพุทธองค์ทำให้ดินแดนแห่งนี้ถูกยกให้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ส่วนอีกข้อมูลหนึ่งระบุว่ามาจากตำนานอุรังคธาตุเหมือนกันแต่ที่มาของการ กำเนิดพระธาตุไม่เหมือนกันคือเชื่อว่าหลังการก่อสร้างพระธาตุพนมเสร็จสิ้น เหล่าพระอรหันต์ 500 องค์ที่ทำการสร้างพระธาตุพนมได้เดินทางไปอินเดียอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ของพระพุทธเจ้านำมาประดิษฐานไว้ยังสถานที่ 4 แห่งในเมืองหนองคายและเมืองเวียงจันทน์โดยหนึ่งในนั้นก็คือพระธาตุบังพวน นั่นเอง

นั่นเป็นที่มาคร่าวๆ จากตำนานอุรังคธาตุซึ่งแตกต่างไปจากตำนานความเชื่อพื้นบ้านที่แม้จะไม่ได้ ระบุยุคสมัยการสร้างพระธาตุบังพวนแต่ได้ระบุว่าคำว่า “บังพวน” แผลงมาจากคำว่า “บังคน” (หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า“ขี้โผ่น”) ที่ แปลว่ากระเพาะปัสสาวะซึ่งเชื่อว่าพระธาตุองค์นี้ภายในบรรจุพระบังคนหนักของ พระพุทธเจ้าเอาไว้ในขณะที่หลักฐานทางโบราณคดีไม่สามารถระบุชัดเจนได้ว่าพระ ธาตุบังพวนสร้างขึ้นในสมัยใด กระทั่งปี พ.ศ. 2513 เกิดภัยธรรมชาติจนพระธาตุบังพวนพังทลายลงมา จากนั้นในปี พ.ศ. 2520 ทางกรมศิลปากรได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์องค์พระธาตุขึ้นมาใหม่ตามแบบรูปทรงเดิม และทางวัดจัดให้มีการเฉลิมฉลองสมโภชองค์พระธาตุกันทุกวันขึ้

ในวัดพระธาตุบังพวนนอกจากจะมีพระธาตุบังพวนเป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็น เจดีย์ประธานแล้ว ยังมีสิ่งน่าสนใจอีกหลากหลายไม่ว่าจะเป็น สถูปเจดีย์เก่าแก่พระพุทธรูปโบราณศิลปะล้านช้างที่น่าสนใจยิ่ง โบสถ์โบราณที่เหลือเพียงซากอิฐก่อระดับเอว รวมถึงสถานที่เกี่ยวกับพญานาคอีกแห่งหนึ่งนั่นก็คือ “สระมุจลินท์” หรือ “สระพญานาค” สระ น้ำเก่าแก่สุดคลาสสิคที่มีตำนานเล่าว่าหลังอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุของพระ พุทธเจ้าบรรจุไว้ในองค์พระธาตุได้เกิดปรากฏการณ์ประหลาดมีสายน้ำพวยพุ่งออก มาจากพื้นดิน ซึ่งเชื่อว่านี่คือปากปล่องภูพญานาคที่เฝ้าปกปักรักษาพระธาตุบังพวน จึงมีการขุดเป็นสระน้ำขึ้นในภายหลังและมีการสร้างรูปปั้นพญานาค 7 เศียรไว้กลางสระแห่งนี้ อันถือเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัด สมัยโบราณเมื่อมีการแต่งตั้งเจ้าเมืองก็จะมีการนำน้ำจากสระนี้ไปสรงเพื่อ ความเป็นสิริมงคล ส่วนในปัจจุบันน้ำในสระแห่งนี้ถูกนำไปใช้ในพิธีสรงมูรธราชาภิเษก พิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา และพิธีศักดิ์สิทธิ์สำคัญๆ ในรัชกาลปัจจุบันเป็นประจำ

ของดีในวัดพระธาตุบังพวนยังไม่หมดเพียงเท่านี้ภายในวัดยังมี “สัตตมหาสถาน” โบราณ ที่เป็นของดีระดับโลกหลงเหลือในโลกนี้อยู่เพียงไม่กี่แห่งในเมืองไทยมีที่ วัดเจดีย์เจ็ดยอดเชียงใหม่และที่วัดสุทัศน์ กทม. ซึ่งสัตตมหาสถานนั้นคือ การจำลองสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้า 7 แห่ง ได้แก่ “โพธิบัลลังก์” “อนิมมิสเจดีย์” “รัตนจงกรมเจดีย์” “รัตนฆรเจดีย์” “อชาปาลนิโครธเจดีย์” “มุจลินทเจดีย์” และ “ราชายตนะเจดีย์” ซึ่งในวัดพระธาตุบังพวนแห่งนี้นับเป็นที่เดียวในโลกที่ยังหลงเหลือซากโบราณของสัตตมหาสถานจากอดีตครบทั้ง 7 สิ่ง